วันที่ 9 ก.ย. 2569 สมาคมค้าสแตงทองคำไทยประกาศปรับลดราคาทอง 450 บาทต่อบาทสุทธี์ เป็นหนึ่งในการเคลื่อนไหวที่พันปั่นในช่วงหลายเดือนล่าสุด ทองคำแท่งอยู่ที่ 68,150 บาทต่อบาทสุทธี์ ทองรูปพรรณที่ 68,950 บาท ทองดิ่งลงจากจุดสูงสุดใกล้ 71,120 บาทในช่วงปลายส.ค. คำถามคือ: นี่คือจุดซื้อเมื่อดิ่งหรือเป็นสัญญาณของการปรับตัวลึกซึ้ง
อะไรทำให้ราคาดิ่ง
ราคาทองไทยติดตามทอง Spot ตลาดโลกที่ซื้อขายเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ แล้วแปลงเป็นบาทตามอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB และปรับตามความบริสุทธิ์ 96.5% ของไทย วันที่ 9 ก.ย. ทองตลาดโลกร่วงลงเพราะดอลลาร์แข็งค่าขึ้นหลังตัวเลขการจ้างงานส.ค. และความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในวันที่ 16 ก.ย. ดอลลาร์แข็งกดดันราคาทองสกุลดอลลาร์ให้ลดลง
ใส่บริบท 68,150 บาท
ทองคำไทยที่ 68,150 บาทต่อบาทสุทธี์ยังสูงตามมาตรฐานทางประวัติศาสตร์ เมื่อปีที่แล้วทองซื้อขายใกล้ 65,000–67,000 บาท ระดับปัจจุบันสะท้อนผลการที่ทองสากลโลกพุ่งกันสองปี จากความต้องการ Safe Haven, การซื้อทองของธนาคารกลาง และความต้องการ Hedge เงินเฟ้อ
เหตุผลที่สนับสนุนการซื้อเมื่อราคาดิ่ง
ปัจจัยเชิงโครงสร้างยังสนับสนุนเส้นทางขาขึ้นระยะยาวของทอง ธนาคารกลางทั่วโลกยังซื้อทองในสัดส่วนสูง ข้อนี้ของ Fed แม้ได้ขึ้นดอกเบี้ยถึง 3.75–4.00% ก็อาจใกล้ระดับสูงสุดของวัฏจักรนี้แล้ว และการลดดอกเบี้ยในอนาคตจะลดต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทอง
สำหรับนักลงทุนไทย ทองคำในหน่วยบาทให้การป้องกันความเสี่ยงสองทาง: ได้ประโยชน์ทั้งจากราคาทองไทยสูงขึ้นและค่าบาทอ่อนค่าลง
เหตุผลที่สนับสนุนการรอ
การขึ้น 25bp ของ Fed พร้อม Dot Plot แบบ Hawkish อาจดันดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและทองไทยอาจลงต่ำกว่า 68,000 บาทอีก สามารถรอเพื่อดูการปรับตัวหลัง FOMC
แนวรับที่ต้องจับตา
กรอบ 67,500–68,000 บาทต่อบาทสุทธี์คือแนวรับที่สำคัญ ถ้าทองยืนหยัดที่กรอบนี้ได้หลัง FOMC การซื้อเมื่อดิ่งมีเหตุผลมากขึ้น ถ้าหลุดต่ำกว่า 67,000 บาท แนวรับถัดไปคือประมาณ 65,500–66,000 บาท