ทองคำไทยพุ่ง 71,506 บาท — ใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาล: ถือต่อหรือขายทำกำไร? (2026)

ทองคำไทยแตะ 71,506 บาทต่อบาทน้ำหนักเมื่อ 19 ก.ย. ในแดนสูงสุดที่ไม่เคยเห็น ด้วยแรงหนุนจากเฟดและบาทอ่อน นักลงทุนไทยควรถือต่อหรือทำกำไรตอนนี้?
ทองคำไทยพุ่ง 71,506 บาท — ใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาล: ถือต่อหรือขายทำกำไร? (2026)

ราคาทองคำไทยพุ่งสู่ 71,506 บาทต่อบาทน้ำหนักเมื่อวันที่ 19 กันยายน ตามราคา Spot ในรูปบาท ส่วนราคาขายปลีกจากร้านทองอยู่ที่ราว 68,400 บาทเมื่อวันที่ 17 กันยายน ทองคำไทยอยู่ในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ขับเคลื่อนโดยสองแรงพร้อมกัน: ทองคำโลกในรูปดอลลาร์แตะสูง และบาทที่อ่อนค่า 4.63% ใน 12 เดือน ขยายกำไรดอลลาร์เมื่อแปลงเป็นบาท

ทำไมทองคำไทยถึงอยู่ระดับนี้

ทองคำไทย (ความบริสุทธิ์ 96.5% วัดเป็นบาทน้ำหนักประมาณ 15.244 กรัม) ติดตามราคาทองคำสากลโดยปรับด้วย USD/THB และ Premium ท้องถิ่น เมื่อทองโลกขึ้นในรูปดอลลาร์และบาทอ่อนพร้อมกัน ราคาทองในรูปบาทได้แรงหนุนสองเด้ง การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดสู่ 3.75–4% กลับสนับสนุนทองคำ เพราะมาพร้อมกับการยอมรับว่าเงินเฟ้อ PCE ที่ 3.7% ยังร้อนอยู่

ผลกระทบจากค่าเงินบาท

นักลงทุนที่ซื้อทองในราคาราว 67,556 บาทต้นเดือนกันยายน และมองราคา 68,400 บาทขึ้นไปตอนนี้ มีกำไรราว 1.2% ในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ดูไม่มาก แต่สำหรับสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ยและทำหน้าที่เป็น Portfolio Insurance ด้วย ถือว่าคุ้มค่า หาก USD/THB ขยับจาก 33.32 ขึ้นไปที่ 34.32 ราคาทองต่อบาทน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นราว 2,100–2,200 บาทจากระดับปัจจุบัน

ถือต่อหรือทำกำไร: ประเมินอย่างตรงไปตรงมา

ถ้าซื้อทองเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedge บาทอ่อน ความเสี่ยงระบบ หรือเงินเฟ้อ) — ตรรกะในการถือยังไม่เปลี่ยน ทองที่ 71,506 บาทกำลังทำหน้าที่ที่ซื้อมา การขายประกันออกไปก็เท่ากับหมดประกัน

ถ้าซื้อทองเป็นการเทรดเชิงกลยุทธ์ และราคาเข้าใกล้เป้าหมาย การทำกำไรบางส่วนสมเหตุสมผล ขาย 20–30% ล็อคกำไร ถือส่วนที่เหลือไว้หาก Rally ยังต่อ

ถ้ากำลังพิจารณาซื้อใหม่ที่ 71,506 บาท: ตอบตัวเองให้ซื่อสัตย์ว่า ถ้าทองโลกร่วง 10% ทองไทยอาจลงมาที่ราว 64,000 บาทที่อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน ถือต่อได้ไหม?

ทองคำเทียบกับสินทรัพย์อื่นตอนนี้

ที่ 71,506 บาทต่อบาทน้ำหนัก คุณจ่ายราว 4,690 บาทต่อกรัมของทองบริสุทธิ์ 96.5% เปรียบกับเงินฝากประจำ 12 เดือน ~1.6% ต่อปี หรือพันธบัตรรัฐบาลไทย 10 ปี ที่ ~2.8–3.0% ทองคำสร้างผลตอบแทนในรูปบาทเกินทั้งคู่ในรอบ 12 เดือน แต่ทองไม่มี Yield — ประเมินเฉพาะจากราคาที่ต้องขึ้นต่อ ยิ่งราคาสูงขึ้น ยิ่งต้องการแรงส่งมากขึ้น

สิ่งที่ต้องจับตา

ปัจจัยสำคัญ: ทิศทาง USD/THB (ถ้าบาทแข็งกลับสู่ 32 ราคาทองในบาทจะร่วงแรง) ราคาทองสากลในดอลลาร์ (ขึ้นอยู่กับความคาดหวังเฟด อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์) และนโยบาย ธปท./รัฐบาลด้านการนำเข้าทองคำ สำหรับผู้ถือทอง จับตา USD/THB 33.50 หากยืนเหนือระดับนี้ได้อย่างยั่งยืน ยิ่งยืนยันภาวะกระทิงทองคำในรูปบาท

BrokerTH