ตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET) แกว่งระหว่าง 1,584–1,592 จุดเมื่อวันที่ 18 กันยายน หลังปิดที่ 1,562 จุดเมื่อวันที่ 16 กันยายน สัปดาห์นี้ไม่มีดราม่า แต่ข้อมูลใต้ตัวเลขน่าสนใจกว่าที่คิด กำไรแบงก์เกินคาด พลังงานได้แรงซื้อ และตลาดยืนอยู่ที่ทางแยกก่อนเข้า Q4
หุ้นแบงก์: ผู้ชนะที่เงียบงัน
กำไรกลุ่มธนาคารไทย Q2 ปี 2569 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ประมาณ 4% หุ้นที่นักวิเคราะห์แนะนำ: KTB (กรุงไทย) KBANK (กสิกรไทย) KKP (เกียรตินาคินภัทร) และ TTB (ทีเอ็มบีธนชาต) ธนาคารขนาดใหญ่ยังได้เปรียบจากฐานเงินฝากที่ให้ต้นทุนเงินทุนต่ำ แม้ NIM จะถูกกดจากดอกเบี้ยนโยบาย 1% แต่ผลประกอบการ Q2 แสดงว่ายังจัดการได้
หุ้นพลังงาน: น้ำมันหนุนกลุ่ม
ราคาน้ำมันโลกที่ปรับขึ้นช่วยหนุนกลุ่มพลังงานใน SET โดยตรง PTT และ PTTEP ได้รับประโยชน์จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์จาก ASL Securities และ Krungsri ต่างระบุพลังงานมีศักยภาพนำตลาดร่วมกับแบงก์ในช่วง ก.ย.–ต.ค. ความแตกต่างที่ต้องเข้าใจ: หุ้นพลังงานในตลาดไทยได้ประโยชน์จากน้ำมันแพง แต่ไทยในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิกลับเสียประโยชน์ในมิติมหภาค
การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดส่งผลต่อหุ้นไทยอย่างไร
เฟดขึ้นดอกเบี้ยสู่ 3.75–4% ทำให้ทุนในตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทยถูกดึงกลับสหรัฐฯ บาทอ่อน กระทบเงินเฟ้อนำเข้าและกำลังซื้อผู้บริโภค SET แตะ 1,621 จุดเมื่อ 9 กันยายนแล้วย่อลงมาช่วง 1,560–1,592 แนวรับสำคัญที่ 1,560 หากหลุดจุดนี้จะทดสอบ 1,540 ต่อไป
นักลงทุนหุ้นไทยควรโฟกัสที่อะไร
หุ้นแบงก์ที่ผลประกอบการ Q2 แข็งแกร่งถือเป็นตัวเลือกป้องกันได้ระดับหนึ่ง KTB และ KBANK มีสภาพคล่องและขนาดที่นักลงทุนสถาบันต้องการ KKP ให้ Dividend Yield สูงกว่า พลังงานเป็นการเทรดเชิงกลยุทธ์ระยะสั้น เหมาะกับผู้มีมุมมองชัดเจนว่าน้ำมันจะยืนระดับนี้ต่อ หลีกเลี่ยงอสังหาฯ และ REIT ที่ไวต่อดอกเบี้ยในขณะนี้
แนวโน้ม Q4 ปี 2569
นักวิเคราะห์มองหุ้นไทย Q4 แบบระมัดระวังกลาง SET วิ่งขึ้นมาแล้วกว่า 26% นับแต่ต้นปี ที่ระดับ 1,590 ตลาดไม่ถูกอีกต่อไป โซนแนวรับ 1,550–1,560 คือจุดที่นักลงทุนระยะยาวอาจพิจารณาเพิ่มสถานะ โซนแนวต้าน 1,600–1,620 คือจุดที่นักเทรดระยะสั้นควรพิจารณาลด ตลาดอยู่กลางช่วง ความอดทนคือกลยุทธ์ที่ถูกต้อง