ทองคำไทยที่ 68,150 บาทหลังปรับลงเดือนกันยายน: แนวโน้ม Q4 2026

ทองคำปรับลง 450 บาทต่อบาทน้ำหนักวันที่ 9 กันยายน อยู่ที่ 68,150 บาท ขึ้น 23% ใน 12 เดือนแต่เผชิณแรงต้านจาก Fed นี่คือโอกาสซื้อหรือไม่
ทองคำไทยที่ 68,150 บาทหลังปรับลงเดือนกันยายน: แนวโน้ม Q4 2026

ราคาทองคำไทยปรับลงแรงเมื่อวันที่ 9 กันยายน สมาคมค้าทองคำประกาศลดราคาทองคำในประเทศ 450 บาทต่อบาทน้ำหนัก ทองคำแท่งอยู่ที่ 68,150 บาทต่อบาทน้ำหนัก ทองรูปพรรณอยู่ที่ 68,950 บาท เป็นการปรับฐานที่ลบล้างผลกำไรส่วนหนึ่งที่สะสมมาตลอดเดือนสิงหาคม กลางเดือนกันยายน ราคาปรับลงอีกเล็กน้อยเหลือราว 143,734 บาทต่อออนซ์ ลดลง 1.74% ใน 7 วัน คำถามในช่วง Q4 คือนี่เป็นแค่การพักตัวธรรมดาก่อนขึ้นต่อ หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการอ่อนตัวที่ยืดเยื้อกว่า

สาเหตุของการปรับลงในเดือนกันยายน

การปรับลง 450 บาทในวันเดียวเมื่อวันที่ 9 กันยายน เกิดจากการแข็งค่าของดอลลาร์และการขายทำกำไรก่อนการประชุม FOMC รวมกัน เมื่อ USD/THB ขึ้น ราคาทองคำในรูปบาทเผชิญแรงกดดันทางคณิตศาสตร์แม้ว่าราคาสากลในรูปดอลลาร์จะทรงตัวก็ตาม การอ่อนค่าของบาท 0.82% ในเดือนที่ผ่านมาขยายผลกระทบของราคาทองคำโลกที่อ่อนตัวลง

ภาพรวมทั้งปี: ยังแข็งแกร่ง

แม้จะปรับลงในเดือนกันยายน แต่ราคาทองคำไทยขึ้นมา 23.39% ในรอบ 12 เดือน ผลตอบแทนที่น่าทึ่งนี้สะท้อน Tailwind สองทาง ได้แก่ ผลงานที่ดีของทองคำสากลในรูปดอลลาร์ ขับเคลื่อนโดยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และการซื้อของธนาคารกลาง และการอ่อนค่าของบาท 5.22% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในช่วงเดียวกัน สำหรับผู้ถือทองคำไทย การอ่อนค่าของสกุลเงินเป็นตัวเพิ่มผลตอบแทน ไม่ใช่ตัวฉุด

ความซับซ้อนของการขึ้นดอกเบี้ย Fed ต่อ Q4

ทองคำมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับการขึ้นดอกเบี้ย ในทางทฤษฎี อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพิ่มต้นทุนโอกาสของการถือสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างทองคำ ในทางปฏิบัติ การขึ้นดอกเบี้ยวันที่ 16 กันยายนถูกส่งสัญญาณล่วงหน้าอย่างดีและถูกตลาดตั้งราคาไปแล้วส่วนใหญ่ ความเสี่ยงอยู่ที่หาก Fed ส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอย่างก้าวร้าว ในทางตรงข้าม หาก Fed ขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว ทองคำอาจรับ Safe-haven Bid เมื่อความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยเพิ่มขึ้น

สิ่งที่นักลงทุนไทยควรรู้

การลงทุนในทองคำไทยมีสองชั้น ได้แก่ ทองคำกายภาพ (ทองรูปพรรณ ทองแท่ง บัญชีสะสมทองคำที่ KBank กสิกรไทย SCB ไทยพาณิชย์ หรือ Krungthai กรุงไทย) และผลิตภัณฑ์ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เช่น GOLD99 และ ETF ที่คล้ายกันใน SET ตลาดกายภาพยังคงเป็นช่องทางหลักสำหรับนักลงทุนรายย่อยไทย ราคา 68,150 บาทต่อบาทน้ำหนักเป็นเกณฑ์อ้างอิงที่ผู้ซื้อในประเทศส่วนใหญ่ใช้

ที่ระดับปัจจุบัน Risk-reward สำหรับทองคำ Q4 ดูสมดุลพอสมควร กรณี Upside อาศัยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่และบาทที่อ่อนค่าต่อ กรณี Downside คือ Fed ขึ้นดอกเบี้ยก้าวร้าวกว่าที่คาด ดันอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงของสหรัฐขึ้นสูงและทำให้ดอลลาร์แข็งค่า ผู้จัดการความมั่งคั่งของไทยมักอ้างถึงน้ำหนักทองคำ 10–15% ของพอร์ตว่าเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมปัจจุบัน

สิ่งที่ต้องจับตา

อัตราผลตอบแทน TIPS ของสหรัฐ (พันธบัตรที่ป้องกันเงินเฟ้อ) เป็นตัวชี้นำที่ดีที่สุดเพียงตัวเดียวสำหรับทิศทางระยะกลางของทองคำ หาก TIPS Yield ดันขึ้นเหนือ 2% ทองคำเผชิณแรงต้านรุนแรง หากทรงตัวหรือลดลง ทองคำสามารถรักษาระดับและอาจฟื้นตัวได้ การประชุม ธปท. เดือนตุลาคมและปฏิกิริยาค่าเงินบาทที่ตามมาจะส่งผลโดยตรงต่อราคาทองคำในรูปบาทโดยไม่คำนึงว่าราคาสากลจะเป็นอย่างไร

BrokerTH