บาทแกว่ง 32.82–33.16 ในสัปดาห์ FOMC: อะไรขับเคลื่อนตลาดปี 2569

ค่าบาทวิ่งจาก 32.815 บาทในวันที่ 8 ก.ย. ถึง 33.1625 บาทในวันที่ 11 ก.ย. เคลื่อนไหว 1.06% ในสามวันทำการ วิเคราะห์สาเหตุแต่ละ Leg และสัญญาณก่อน FOMC
บาทแกว่ง 32.82–33.16 ในสัปดาห์ FOMC: อะไรขับเคลื่อนตลาดปี 2569

สามวันทำการ กรอบ 35 สตางค์ การที่ค่าบาทวิ่งจาก 32.815 บาทในวันที่ 8 ก.ย. ไปถึง 33.1625 บาทในวันที่ 11 ก.ย. ไม่ใช่เรื่องเสี่ยงโชค แต่ละ Leg มีตัวขับเคลื่อนที่ชัดเจน และแรงเดียวกันจะกลับมาอีกครั้งหลัง FOMC ประกาศผลวันที่ 16 ก.ย.

8 กันยายน: บาทแข็งค่าสุด

บาทแตะ 32.815 บาทต่อดอลลาร์ ตัวเร่งหลักคือ ตัวเลข CPI สหรัฐฯ เดือนส.ค. ออกมาที่ 3.4% ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองและต่ำกว่าที่ตลาดคาด เงินเฟ้อที่ลดลงลดแรงกดดันการขึ้นดอกเบี้ย ดอลลาร์อ่อนค่าในทุกคู่สกุลหลัก ผู้ส่งออกไทยใช้โอกาสขายดอลลาร์เพิ่ม

9–10 กันยายน: การพลิกตัว

วันที่ 9 ก.ย. USD/THB ฟื้นตัวกลับมาที่ 33.05 บาท แรงกดดันมาจากสองทาง: ตัวเลขการจ้างงานแข็งแกร่ง และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ไทยนำเข้าน้ำมันดิบ 85–90% ของความต้องการภายใน Brent ใกล้ $100 ต่อบาร์เรลส่งผลโดยตรงต่อดุลยบัญชีเดินสะพัดของไทย

11 กันยายน: จุดสูงสุด 33.1625

จุดสูงสุด 33.1625 เกิดขึ้นพร้อมกับความคิดเห็นแบบ Hawkish ของประธาน Warsh ที่สื่อการเงินเอเชียนนำมาเผยแพร่หลาย ปิดตลาดที่ 33.0580 บาท ลดลง 0.16% จากจุดสูงสุด บ่งชี้ว่ามีแรงขายดอลลาร์จาก ธปท. หรือบริษัทไทยที่ชำระภาระต่างประเทศ

อ่านกรอบราคาเพื่อคาดสิ่งที่จะเกิดขึ้น

กรอบ 32.815–33.1625 บอกเล่าภาพที่ชัดเจน: บาทมีแรงซื้อเมื่อดอลลาร์อ่อนค่า แต่ยังอ่อนค่ากว่าปีที่แล้วจากปัจจัยพื้นฐานของส่วนต่างดอกเบี้ย สำหรับผู้นำเข้า: กรอบ 33.00–33.16 คือมูลค่าใกล้เคียงระยะสั้น การป้องกันความเสี่ยงดอลลาร์ระยะสั้นที่ระดับนี้สมเหตุสมผล

สำหรับผู้ส่งออก: กรอบ 32.80–32.85 คือจุดที่บาทแข็งมักมีแรงขายดอลลาร์เข้ามา ถ้า FOMC คงดอกเบี้ยและบาทดิ่งลงสู่ระดับนั้น Forward 3–6 เดือนน่าสนใจ

BrokerTH