บิตคอยน์พุ่ง $80,861 หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย — ทำไม BTC ยังทนทานในยุคดอกเบี้ยขาขึ้น (2026)

BTC ฟื้นสู่ $80,861 เมื่อ 18 ก.ย. หลังแตะต่ำ $76,672 เมื่อ 2 ก.ย. แม้เฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี Bitcoin ยังยืนได้ — เหตุผลนี้สำคัญมากสำหรับนักลงทุนไทย
บิตคอยน์พุ่ง $80,861 หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย — ทำไม BTC ยังทนทานในยุคดอกเบี้ยขาขึ้น (2026)

บิตคอยน์แตะ $80,861 เมื่อวันที่ 18 กันยายน หลังดิ่งลงไปแตะต่ำสุดที่ $76,672 เมื่อวันที่ 2 กันยายน — การฟื้นตัว 5.5% ในสามสัปดาห์ ท่ามกลางที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี แนวคิดปกติบอกว่าดอกเบี้ยขาขึ้นทำร้ายสินทรัพย์เสี่ยง แต่บิตคอยน์เดินสวนทาง

BTC อยู่ที่ไหนตลอดเดือนกันยายน

บิตคอยน์เปิดที่ $78,559 เมื่อ 1 กันยายน ร่วงสู่ $76,672 วันที่ 2 กันยายน วนเวียนแถว $77,500 จนถึงวันที่ 16 กันยายนวันเฟดขึ้นดอกเบี้ย แล้วพุ่งขึ้น ภายในวันที่ 18 กันยายน BTC อยู่ที่ $80,861 ด้วยปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงที่ 1.797 หมื่นล้านดอลลาร์ ตลาดได้ราคาไว้ล่วงหน้าแล้ว และเมื่อไม่มีอะไรเกินคาด ผู้ซื้อกลับเข้ามา

ทำไม BTC ถึงยืนได้ในรอบขึ้นดอกเบี้ย

ฐานนักลงทุนสถาบันของบิตคอยน์เปลี่ยนไปแล้วนับแต่ปี 2564 ETF Bitcoin Spot ในสหรัฐฯ ดึงดูดเงินเป็นพันล้านดอลลาร์ เมื่อเฟดขึ้นดอกเบี้ยในกันยายน ผู้ถือสถาบันไม่ได้เทขาย — ต่างจากปี 2565 ที่การขึ้นดอกเบี้ยกระตุ้น Forced Selling ทั่วตลาด BTC ยังสัมพันธ์กับ Risk Sentiment แต่ความสัมพันธ์นั้นหลวมกว่าเดิม

สิ่งที่นักลงทุนไทยควรรู้

นักลงทุนไทยที่ซื้อ BTC ผ่าน Bitkub, Gulf Binance หรือแพลตฟอร์มต่างประเทศ เผชิญความเสี่ยงสองชั้น: มูลค่า BTC ในดอลลาร์และอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB เมื่อบาทอ่อน 4.63% ใน 12 เดือน ผลตอบแทน BTC ในรูปบาทดีกว่าในรูปดอลลาร์เสมอ นักลงทุนที่ซื้อ BTC ที่ $76,672 เมื่อ 2 กันยายนและขายที่ $80,861 เมื่อ 18 กันยายน ได้กำไรดอลลาร์ 5.5% แต่เมื่อแปลงเป็นบาทได้มากกว่าเพราะบาทอ่อน

ความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม

หากการประชุม FOMC ตุลาคมขึ้นดอกเบี้ยอีกโดยไม่คาดฝัน สินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง BTC อาจร่วงอีก แนวรับสำคัญที่ $76,600 หากหลุดจุดนี้จะต้องทบทวนมุมมองใหม่ สำหรับผู้ที่ถือ BTC อยู่แล้ว การฟื้นตัวหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยเป็นสัญญาณที่ดี แต่สัดส่วนการลงทุนควรสะท้อนความผันผวน 5% ของพอร์ตในคริปโตรับได้ 40% นั้นเสี่ยงเกิน

BrokerTH